Leather มารู้จักหนัง


หนังของสัตว์ที่ถูกนำมาใช้ ส่วนใหญ่เป็นหนังของสัตว์ที่เราบริโภคเนื้อ ซึ่งทำให้มีหนังดิบเหลือทิ้งจำนวนมาก หนังเหล่านี้จึงถูกนำมาขาย แก่โรงฟอกและส่งต่อเพื่อแปรรูปเป็น เครื่องหนัง หรือ กระเป๋าหนัง

ประเภทหนังสัตว์หลักๆที่ถูกนำมาใช้คือ

หนังวัว - หนังมีเส้นใยหนาแน่นทำให้หนังมีความแข็งแรงมาก มีความหนาและค่อนข้างหนัก

หนังลูกวัว - ผิวมีความลื่น ละเอียดกว่าหนังวัวที่โตเต็มวัย ย้อมสีง่าย นิ่ม เมื่อพับแล้วจะไม่เกิดรอย

หนังแกะ - หนังมีผิวละเอียดมาก ค่อนข้างบาง และนิ่ม ส่วนมากจะถูกนำมาใช้ทำถุงมือหนัง

หนังแพะ และ ลูกแพะ - หนังมีเส้นใยแน่น แต่ไม่แข็งแรงเท่าหนังวัว ผิวมีความละเอียด


IMG_1370
DSC07112 copy

EMERGE กระเป๋าของเราเลือกใช้หนังวัว Full Grain หรือ Top Grain ที่ถูกคัดสรรคุณภาพเท่านั้นและ ผ่านขั้นตอนการฟอก ทำสี เคลือบผิว เพื่อให้ได้หนังที่เหมาะกับกระเป๋าในแต่ละรุ่น

ขั้นตอนการผลิตหนัง


หลังจากได้หนังดิบมา ก่อนนำหนังเข้าสู่ขั้นตอนการฟอก หนังดิบจะถูกทำความสะอาด การฟอกจะช่วยให้หนังคงสภาพ และไม่ย่อยสลายตามธรรมชาติ


การฟอกหนัง

มีหลากหลายแบบ โดยแบ่งตามสารที่ใช้ในการฟอกแบ่งเป็น 4 ประเภทหลักๆคือ

1.การฟอกจากธรรมชาติ Natural Tannin หรือการฟอกฝาด จากเปลือกไม้ พวกยูคาลิปตัส ต้นควีบราโค หรือ ผลไม้ รากของต้นไม้ หนังมีลักษณ์เป็นเอกลักษณ์ เมื่อใช้ไปนานๆจะเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น ขยายขนาดและนิ่มขึ้น

2.การฟอกจากแร่ธาตุ Chromium หรือที่เรียกว่าฟอกโครม เป็นวิธีที่นิยมที่สุด เนื่องจากรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการรักษาหนังได้ดีที่สุด หนังฟอกโครมจะไม่มีการเปลี่ยนสี หรือ ขยายรูปทรงมาก และทนต่อความชื้นได้ดี ทำให้เหมาะกับการนำมาใช้ทำ กระเป๋าเครื่องหนัง

3.การฟอกจากสารสังเคราะห์ Aldehydes หรือฟอกขาว ถูกนำมาใช้ในการ การทำรองเท้า และเบาะรถยนต์ เนื่องจาก เมื่อโดนความร้อนจะไม่มีการขายหรือหดตัวของหนัง

4.การฟอกแบบผสม โดยฟอกTanninก่อน แล้วจึงฟอกแบบChrome โดยหนังที่ได้จะมีลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์แบบหนังฟอกฝาด แต่มีความยืดหยุ่นและทนต่อน้ำได้ดี


IMG_1331
กระเป๋าของ EMERGE รุ่น Tumble และ Dash ตัวกระเป๋าหนังมีความนิ่มมาก
ลูกค้ามันจะถามว่าตัวกระเป๋าทำจากหนังอะไร ?

หนังที่เราใช้ คือ หนังวัวที่เราคัดสรรค์มาแล้วอย่างดีและผ่านขั้นตอนการฟอกที่พิเศษเฉพาะ
เพื่อให้ได้หนังที่นิ่มแต่ยังมีความแข็งแรงคงทน

การแยกคุณภาพของหนัง

หลังจากหนังผ่านการฟอกแล้ว จะถูกนำมาผ่าแยกผิวเป็นชั้นๆตามคุณภาพและการใช้งาน
โดยหนังจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ประเภท
1. Full Grain คือ ผิวหน้าสุดหนังที่ไม่ได้ถูกการตกแต่งหน้าผิว มีเส้นใยแข็งแรง เป็นเกรดที่ดีที่สุด2. Top Grain คือ ผิวหน้าของหนังที่ยังคงมีเส้นใยแข็งแรง ถูกตกแต่งผิวหน้าเล็กน้อย กระเป๋าแบรนด์ชั้นนำส่วนใหญ่นิยมใช้
3. Corrected Grain คือ ผิวหน้าของหนังที่ยังคงมีเส้นใยแข็งแรง ถูกตกแต่งผิวหน้าเล็กน้อย-ปานกลาง
4. Spilt คือ ส่วนล่างสุดของหนัง ที่มีเส้นใยค่อนข้างหยาบ จะถูกนำมาทำเป็นหนังกลับ หรือ หนังที่มีการเคลือบพื้นผิวจากสารสังเคราะห์
5. Leather Scraps คือ เศษหนังที่เหลือจากการตกแต่งขอบ จะถูกนำมาทำเป็น Bond Leather



การทำสีหนังและเคลือบผิว

เมื่อหนังถูกฟอกและ ถูกผ่าแยกเพื่อได้ความหนาตามต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการทำสี ตกแต่งผิว โดยมีเทคนิคที่สามารถทำหลากหลายเช่น
การย้อม (Dyeing)
การปั๊มผิวให้มีลวดลาย (Embossing)
การพ่นสี (Spraying)
การขัดผิว (Buffing)

นอกจากนั้นยังมีเทคนิคการเคลือบผิวเพื่อเพิ่มคุณสมบัติอย่าง
ลงแว๊ก (Waxing)
การเคลือบกันน้ำ (Waterproofing)
การเคลือบเพื่อกันเปลวไฟ (Flame Proofing)
การเคลือบเพื่อกันรอยเปื้อน (Stain Proofing)


IMG_1355 copy